วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๒ และเอกสารอ่านเพิ่มเติม

แต่ละกลุ่ม post ความคิดเห็นท้ายกระทู้นี้ ภายใน ๔ โมงเย็นวันเสาร์

10 ความคิดเห็น:

  1. กลุ่มที่ ๕
    แสดงความคิดเห็นบทที่ ๒

    จากการที่ได้อ่านเรื่องราวของบทนี้
    ทำให้รู้ถึงสภาพภูมิศาสตร์ที่ตั้งของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
    บอกถึงสภาพดินฟ้าอากาศที่เกิดขึ้นของแต่ล่ะภาคของประเทศ
    ต่อมากล่าวให้รู้ถึงสภาพภูมิประเทศที่มีประชาชนอาศัยอยู่

    ความแตกต่างทางสังคมของแต่ล่ะภูมิภาค ความเป็นอยู่ของประชากรว่าเป็นอยู่กัยอย่างไร ประชากรไทยส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร
    อยู่กัันเป็นชุมชน เพราะจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันล่ะกัน
    อยู่กันเหมือนญาติพี่น้องรู้จักทั้งชุมชน
    ชุมชนชนบทคือสังคมของคนไทยส่วนใหญ่จะอยู่กันอย่างเรียบง่าย
    ไม่ฟุ่มเฟือย อยู่แบบพอมีพอกิน ไม่ต้องไปดิ้นรนกับชีวิตให้มาก
    มีความรักใคร่ มีความนับถือกันของคนในชุมชน เป็นสังคมที่น่าอยู่
    แต่ก็มีส่วนเสียอยู่บ้างในเรื่องของการศึกษา มีความรู้น้อย ไม่ทันเล่เหลี่ยมของคนในชุมชนเมือง มีความเป็นมิตรมากเกินไป แต่โดยภาพร่วมแล้ว
    คนในชุมชนชนบทมีความจริงใจรักสามัคคี ถ้าให้ความรู้ความสามารถ
    ก็อาจจะทำให้สังคมชนบทเป็นสังคมที่น่าอยู่มากขึ้น
    สภาพการเป็นอยู่ของสังคมชนบทส่วนใหญ่จะอยู่กับธรรมชาติ
    มีความสันโดดสูง มีความอดทนสูง และด้านการช่วยเหลือตัวเองให้อยู่รอด

    ชุนชนเมืองกับความเสือมโสรมของสังคม
    กล่าวคือความเจริญในด้านวัตถุเร็วกล่าวด้านของจิตใจ
    ส่วนใหญ่ไม่รู้จักกัน จะทำหน้าที่เดียวของใครของมัน
    ไม่สนใจใคร ไม่มีความสามีคคีกัน ต่างคนต่างอยู่
    ตั้งหน้าตั้งตาของเงินเพียงอย่างเดียว เพราะมีการแข็งขันทางด้านวัตถุสูง
    ไม่มีจิงใจให้กันเห็นแก่เงิน ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวพัน
    แต่ชุมชนเมืองจะมีความสะดวกสบาย ความเป็นอยู่ที่ดี มีทุกสิ่งทุกอย่าง
    ที่ค่อยอำนวยความต้องการขอมนุษย์ที่มากมาย
    วัดความเป็นคนด้วยเงินตรา
    วัดความดีเลวด้วยหน้าตา

    และณ ขณะนี้เชียงใหม่ก็เริ่มไม่ต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆที่มีความเสือมโสรมของสังคม ในการเข้ามาของนายทุนและผู้อยู่อาศัย
    ที่ต่างกันทั้งภาษาและวัฒนธรรม
    ควรทำอย่างไรทีจะให้สังคมและวัฒธรรมเจริญเติบโตควบคู่กันไป...

    ตอบลบ
  2. กลุ่มที่ 4
    บทที่ 2 สภาพสังคมไทย

    จากที่ได้ศึกษาเรื่องสภาพสังคมไทยและเอกสารอ่านเพิ่มเติมซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของเรามากที่สุด ถึงแม้สังคมเมืองจะไม่ได้อยุ่ใกล้กับตัวเรา แต่จากประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสมาก็ทำให้รู้ว่าแต่ละสังคมทำให้คนเราปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมด้วยเหตุผลในตัวของมันเอง ปัจจัยต่างๆทำให้สังคมต่างกัน อย่างเช่นสภาพภูมิประเทศ อาชีพ สิ่งแวดล้อม และยังมีอะไรอีกหลายอย่าง ในความคิดของคนเราจะไม่สามารถมาตัดสินว่าสังคมที่ตนอยู่ดีกว่าสังคมใด อยู่ที่เราพอใจที่จะอยู่ในสังคมใดต่างหาก
    ส่วนในเรื่องความคิดที่ว่า"สังคมไทยเป็นสังคมที่มีโครงสร้างหลวม"คือเรามักจะทำอะไรตามใจตนไม่พอใจอะไรก็แสดงออกมา ส่วนตัวแล้วดิฉันคิดว่าถูกต้อง แต่เราก็ต้องแสดงออกมาอย่างมีขอบเขต โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ใคร แต่การแสดงออกมาในลักษณะนี้ไม่ใช่ว่าคนไทยจะไม่สามัคคีกัน แต่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำสิ่งดีให้แก่ประเทศชาติ เพราะในสังคมจำเป็นที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อการอยู่รอดอยู่ตลอดเวลา

    ตอบลบ
  3. กลุ่มที่ 14
    บทที่ 2 สภาพสังคมไทย และ
    ความเข้าใจในสังคมในมุมมองของสังคมวิทยา ( เอกสารอ่านเพิ่มเติม )

    การที่จะเกิดเป็นประเทศนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ที่ตั้งภูมิศาสตร์ โครงสร้าง และลักษณะของภูมิประเทศ รวมไปถึงลักษณะโดยทั่วไปของสังคมของประเทศนั้นๆด้วย กล่าวโดยรวมก็คือ
    การเป็นชุมชนนั้นจะเกี่ยวกับอุดมการ อำนาจและความสัมพันธ์ในการจัดการ และควบคุมทรัพย์สินของส่วนรวม หรือภาษาล้านนาเรียกว่า หัวหน้าหมู่ ซึ่งปรากฏในรูปต่าง ๆ นับตั้งแต่ อุดมการณ์ความเชื่อ เกี่ยวกับอำนาจชุมชน เช่น ความคิดเรื่องนับถือผี พิธีกรรมชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นศักศรีของชุมชน ภูมปัญญาในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะความหลากหลายในชีวภาพทรัพยากรของส่วนรวม ตลอดจนองค์กรและเคลือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแรงงานของส่วนรวม
    ส่วนศักยภาพของชุมชนหมายถึง พลังอำนาจในการปกป้องของหัวหน้าหมู่ และความสามารถในการแก้ข้อขัดแย้งในการควบคุมและจัดการทรัพยากรณ์ของส่วนรวมนั่นเอง ซึ่งจะผลิตใหม่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ 2 ประการ คือ ความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรของส่วนรวม และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบตลาดแบบทุนนิยมที่มีการพยายามเปลี่ยนของหัวหน้าหมู่เป็นของส่วนตัว
    พลังดังกล่าวถือเป็นทางเลือกให้กับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย เพราะคำนึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และมีวิธีคิดร่วมกันทั้งในแง่วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ในการที่จะควบคุมและจัดการทรัพยากรร่วมกัน เพื่อความงอกงามของชุมชน และสังคม และความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม โดยไม่ตกอยู่ภายใต้การบงการของทั้งอำนาจรัฐและระบบตลาด ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย

    ตอบลบ
  4. กลุ่มที่ 12

    แสดงความคิดเห็นบทที่ 2

    จากที่ได้อ่านเนื้อหาบทที่ 2 เกี่ยวกับเรื่อง สภาพสังคมไทย เป็นเรื่องใกล้ตัวของเราจะเห็นได้ว่าประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ติดกับประเทศ พม่ ประเทศลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย ในบทนี้จะบอกถึงรายละเอียดของสภาพสังคมไทย สภาพสังคมไทยในปัจจุบัน จะมีลักษณะเป็นเทือกเขาและที่ราบ มีการติดต่อสัมพันธ์ มีทั้งในด้านการค้าขาย วัฒนธรรม การเจริญสัมพันธไมตรีและสงครามกับประเทศต่างๆ สังคมไทยส่วนมากจะเป็นสังคมเกษตรกรเพราะสินค้าส่งออกของไทยที่ส่งให้ชาวต่างชาติส่วนมากจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรเช่น ข้าว ยางพารา ข้าวโพด สังคมจึงมีความสัมพันธ์ชุมชนชนบท ส่วนใหญ่จะมีผลประโยชน์ร่วมกัน ครอบครัวไม่วุ่นวายเหมือนสังคมเมือง ในปัจจุบันนี้ในสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ เช่น ฝนแล้ง น้ำท่วม การเปลี่ยนแปลงของดิน ทำให้ผลผลิตของไทยลดลง ชนบทจึงต้องหาวิธีดำรงชีพให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และชนบทในปัจจุบันมักมีเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น การนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นทำให้เทคนิคในการผลิตและการดำรงชีวิตเปลี่ยนไป

    ตอบลบ
  5. กลุ่มที่ 11
    เรื่อง สภาพสังคมไทย
    ในบทที่2 จะกล่าวถึงสภาพของสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือสังคมเมืองและสังคมชนบท ในแต่ละสังคมจะมีลักษณะต่างกันสังคมเมืองจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วกว่าสังคมชนบทเพราะว่าในสังคมเมืองมีประชากรอาศัยอยู่มากและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยลวดเร็วต่อการสือสาร
    ส่วน สังคมชนบทจะเป็นสังคมที่เรียบง่ายต่อการพัฒนาอยู่อย่างเรียบๆง่ายๆหาเช้ากินค่ำมีการทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพของตนเองต่อมามีการขยายพื้นที่หากินเพิ่มขึ้นเพื่อส่งสิ้นค้าออกนอกพื่นที่เพราะว่าเทคโนโลยีได้เริ่มเข้ามาแพร่หลายในสังคมชนบทและสังคมชนบทยังมีวัฒนธรรมประเพณีที่สนใจอีกหลายที่เป็นเอกลักษณ์ชนบทนั้นๆ

    ตอบลบ
  6. กลุ่มที่ 7
    เรือง สภาพสังมไทย บทที่ 2
    ลักษณะทั่วไปของสังคมไทย ชุมชนของคนไทยโดยทั่วไปเป็นชุมชนในชนบท เป็นส่วนใหญ่ลักษณะของสังคมมี 2 แบบคือ สังคมชนบท และสังคมเมือง สังคมเมืองจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้
    1.ปัจจัยทางด้านประยุกตการ (ด้านเทคโนโลยี)
    2.ปัจจัยทางด้านประชากร
    3.ปัจจัยทางด้านกระบวนการอุตสาหกรรม
    4.ตัวนำการเปลี่ยนแปลง (ผู้นำความคิด)
    5.การเคลื่อนไหวทางสังคม
    6.สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
    7.ปัจจัยทางด้านวัฒนธรรม
    8.ทัศนคติและค่านิยม
    9.ความต้องการที่จะรับการเปลี่ยนแปลง

    ตอบลบ
  7. กลุ่มที่17 (ส่งมาทาง email)

    สภาพสังคมไทย

    สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรและส่วนใหญ่เป็นชุมชนชนบทและสังคมเมืองมีส่วนน้อยกว่าสังคมชนบทในปัจจุบันสังคมของคนไทยก็ยังมีชุมชนชนบทอยู่บ้างตามอำเภอหรือจังหวัดที่หางจากความเจริญหรือความเจริญยังเข้าไปไม่ถึงทำให้ชนบทยังคงดำเนินชีวิตตามแบบเดิมอยู่และยังยิบประเพณีและวัฒนะธรรมแบบเดิมทำให้ชนบทยังมีความเป็นพี่น้องครอบครัวเครือญาติแต่ต่างจากสังคมเมืองหรือชุมชนที่อยู่ติดชานเมืองที่มีความเจริญเราไปได้สะดากมีการดำเนินชีวิตแบบตัวใครตัวมันครอบครัวใครครอบครัวมันไม่ยุ่งเกี่ยวกันจึงทำให้สังคมเมืองไม่มีความร่วมมือร่วมใจกับและไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและยังมีการแข่งขันแยงชิงกันให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับในสังคมทำให้สังคมเมืองวุ้นวายแต่ในปัจจุบันสังคมเมืองยิงมีมากขึ้นทุกวันทำให้สังคมชนบทเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตตัวเองและรับวัฒนะธรรมที่ผิดมาแบบผิดๆมาใช้จึงทำให้วัฒนะธรรมเดิมหายไป

    ความเข้าใจสังคมไทยในมุมมองของสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

    นักวิชาการมีการศึกษาเกี่ยวกับสังคมไทยว่าในสังคมไทยีสถาบันที่สำคัญในสังคมอยู่ 3 สถาบันคือ

    สถาบันของระบบอุปถัมภ์ สถาบันสงฆ์ และสถาบันการศึกษาแต่ที่นักวิชาการในความสำคัญมากคือสถาอุปถัมภ์เพราะว่าเป็นการช่วยเหลือพรรคพวกของตัวเองเพื่อยกฐานะโดยไม่ต้องทำตามระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆทำให้สังคมไทยมีการคดโกรงกันมาขึ้นและมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงกันมากเพื่อผลประโยนของข้าราชการและกลุ่มนายทุน คนชั้นกลางที่มีส่วนได้ นักวิชาการจงมีมุมมองหลายแง่มุม

    นักมานุษยวิทยามีแนวคิดว่าความไม่เป็นธรรมในสังคมว่าเปิดโอกาสให้นายทุนและผู้มีอิทธิพลเอาเปรียบคนจนทำให้คนจนเป็นหนี้มากขึ้นต้องขายที่ไปทำงานในเมืองมากขึ้นและรัฐบาลให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่และอุสาหกรรมต่างทำให้สังคมชนบทเปลี่ยนเป็นสังคมเมืองและรัฐเอาที่ดินทำกินของสังคมชนบทไปเป็นป่าของหลวงทำให้คนชนบทต้องเขาไปทำงานในเมืองแล้วเมืองก็แออัดและเกิดปัญหาแต่ตามจึงทำให้คนในเมืองรวมตัวกันในการต่อตานและของสิทธิ์ต่างๆ

    ตอบลบ
  8. กลุ่ม ๑๓ ส่งมาทาง email

    จากการที่ได้ศึกษาบทที่ 2 เรื่อง สภาพสังคมไทย

    ลักษณะทั่วไปของสังคมชนบท ส่วนมากเป็นสังคมเกษตร อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่สมาชิกมีความแน่นแฟ้น สมาชิกบ้านใกล้เรือนเคียงมีการติดต่อแบบเป็นกันเอง ชาวบ้านส่วนใหญ่อาศัยแบบพอเพียง ชาวชนบทส่วนใหญ่ยึดมั่นอยู่กับประเพณีเดิมและเชื่อถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    ลักษณะทั่วไปของสังคมเมือง
    ส่วนมากป็นครอบครัวเดี่ยว ความผูกพันธ์ในครอบครัวน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนบ้าน เป็นสังคมที่มีการประกอบอาชีพมากมาย มีการแข่งขันสูง ผู้คนมุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว

    ความแตกต่างระหว่างสังคมเมืองและชนบท

    ลักษณะทางธรรมชาติ ชาวชนบทมีชีวิตเผชิญหน้าอยู่กับธรรมชาติ ทุ่งนา ป่าเขา
    และต้องใช้ชีวิตต่อสู้กับธรรมชาติโดยตรง ส่วนชาวเมืองนั้นมักจะทำงาน
    อย่ในที่ทำงาน อยู่ในที่ร่มมากกว่าท่กลางแจ้ง และชาวเมืองออกไปทำงานกลางแจ้งก็จะมีวิธีป้องกันใหพ้นจากการปะทะจากธรรมชาติโดยตรง

    ลักษณะของการอยู่อาศัย เมือเปรีบยเทียบกับชีวิตในเมืองแล้ว จะเห็นว่าชนบทมีความโด่ดเดี่ยว ทั้งนี้เพราะลักษณะของงานเกษตรนั้นทำให้เกิดความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่ต้ำ ห่างไกลจากบริการต่างๆ เช่น โรงพยาบาล

    การแสดงทางวัฒนธรรมในชนบทจะเป็นแบบง่ายๆ เช่น ทำเนียมชนบท การร้องเพลงพื้นบ้าน

    การแสดงทางวัฒนธรรมของชาวเมือง กล่าวกันว่า การหลอกลวง ตบตา หรือสวมหน้ากากเข้าหากัน เป็นลักษณะของชาวเมือง

    ไม่ว่าเราจะอยู่สังคมไหนที่แห่งนี้ก็คือบ้านของเรา ที่แห่งนี้คือประเทศไทย และเราจะทำอย่างไร ให้ประเทศไทยดำรงไวซึ่งเอกลักษณ์ที่ดีงามต่อไป

    ตอบลบ
  9. ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ 2 และ เอกสารเพิ่มเติม
    กลุ่มที่ 15 sec 3
    บทที่ 2 สภาพสังคมไทย
    ลักษณะทั่วไปของสังคมไทยก็จะสังคมเกษตร
    มีอยู่ 2 แบบ
    คือ สังคมเมืองและสังคมชนบท
    สังคมเมืองและสังคมชนบทมีจะมีความแตกต่างทางด้านต่างๆที่แตกต่างกันไปเช่น ลักษณะทางธรรมชาติ ลักษณะที่อยู่อาศัย การติดต่อสือสาร
    การแบ่งชนชั้นทางสังคม การควบคุมทางสังคม อาชีพ ความแตกต่างกันในระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ ความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจเป็นต้น สังคมชนบทจะเป็นสังคมแบบยึดกลุ่มคน ประเพณีเป็นหลัก คนๆหนึ่งจะทำงานหลากหลายอย่างเพื่อครอบคลุมทุกๆด้าน มีความซื่อสัตว์และภักดีต่อชุมชน ความเปลี่ยนแปลงในสังคมด้อยพัฒนาเกิดจากคุณลักษณะของบุคคลที่ติดตามตัวมาตั้งแต่กำเนิด เช่น ฐานะ เพศ ชนชั้น อายุ ในด้านสังคมเมืองจะเน้นความสัมพันธ์กันแบบปัจเจกบุคคลเพื่อตอบสนองระบบการทำงานที่คล่องตัว การเปลี่ยนแปลงในสังคมเกิดจากความสามารถ ความรู้และทักษะเป็นหลักด้านการทำงานจะทำงานเฉพาะหน้าที่เพื่อให้เกิดความชำนาญ ทำให้อาชีพการงานมีหลากหลายประเภท และเน้นผลประโยชน์เพื่อตอบสนองความสนใจส่วนตัวเป็นหลักทำให้สังคมทั้ง สอง แตกต่างกัน ในเรื่องความเป็นอยู่และการดำรงชีวิต

    ตอบลบ