วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ใบงาน ๑ วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๒

๑. ให้นักศึกษาหาเวลาไปดูงานที่พิพิธภัณฑ์เชียงใหม่ (หลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เปิดทุกวัน ๙.๐๐-๑๗.๐๐ ปิดวันจันทร์)

๒.วันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๒ (งดสอน) ให้ใช้เวลาทำรายงานการดูงานที่พิพิธภัณฑ์ (รายงานเดี่ยว อย่างน้อย ๕ หน้า) ให้ส่งรายงานให้หัวหน้ากลุ่ม ๖ ภายในวันศุกร์ที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒- ให้รายงานว่าได้เรียนรู้อะไรจากพิพิธภัณฑ์บ้าง- สิ่งที่ได้เรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์เหมือนหรือต่างอย่างไรกับเนื้อหาในหนังสือเรียน (บทที่ ๑)- สิ่งได้เรียนรู้จากพพิธภัณฑ์เหมือนหรือต่างอย่างไรจากสิ่งที่เคยรับรู้มาก่อน

๓. ให้อ่านเนื้อหาบทที่ ๑ แล้วให้แต่ละกลุ่มเขียนความคิดเห็นจากการอ่านลงใน blog นี้ (ภายใต้หัวข้อความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๑) ภายใน 4 โมงเย็นของวันเสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ กลุ่มละไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษ

๔. กลุ่มที่ ๑ เตรียมนำเสนอเนื้อหาให้หนังสือบทที่ ๑ และกลุ่มที่ ??? (๒ หรือ ๓ จำไม่ได้) เตรียมนำเสนอรายงานการดูงานที่พิพิธภัณฑ์ มีเวลานำเสนอกลุ่มละ ๒๐ นาที (นำเสนอวันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒)

๕. ให้กลุ่มที่ ??? (๒ หรือ ๓ จำไม่ได้) เตรียมตั้งคำถามและวิจารณ์การนำเสนอของกลุ่มที่ ๑ โดยให้รวบรวมความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ที่ post ลง blog มารายงานด้วย ใช้เวลา ๑๐ นาที (เสนอวันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๒)

๖. ให้กลุ่มที่ ๔ เตรียมตั้งคำถามและวิจารณ์การนำเสนอของกลุ่มที่ ??? (๒ หรือ ๓ จำไม่ได้) โดยให้รวบรวมรายงานของเพื่อนในชั้นเรียนภายในวันศุกร์ที่ ๑๒ มิถุนายน (หรือตามแต่จะตกลงกัน) แล้วประมวลข้อมูลจากรายงานมานำเสนอด้วย (เสนอวันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒) รวบรวมรายงานมาส่งครูในห้องเรียนวันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน


รายชื่อกลุ่ม ๑
๑.พีระพงศ์ 52181414
๒.ธวัชชัย 52181511
๓.ศักรินทร์ 52181520
๔.รังสฤษดิ์ 52181217
๕.ณัฐดนัย 52181506
๖.จุธรณัฐ 52181503
๗.อรุณโรจน์ 52181525
๘.วีระชัย 52181519

กลุ่ม ๒
๑.นุชจรินทร์ 52181533
๒.เบญจวรรณ 52181534
๓.พัชราภรณ์ 52181536
๔.ศิริวรรณ 52181540
๕.ธัญรดา 52181531
๖.ปาริชาติ 52181535
๗.สุนันยา 52181543
๘.วีรพร 52121844

กลุ่ม ๓
๑.เสาวภา 52181547
๒.สุภาพร 52181545
๓.อุบลนภา 52181550
๔.แสงเดือน 52181548
๕.อรพรรณ 52181549
๖.สิริพร 52181542
๗.วราพงษ์ชัย 52181518
๘.ชุมแพ 52181505

กลุ่ม ๔
๑.ชุติพงษ์ 51171347
๒.จีรวัฒน์ 51171346
๓.ดลวีย์ 51171348
๔.นรินทร์ 51171349
๕.ชนุตพร 51171310
๖.สุดารัตน์ 51171339
๗.เกศรินทร์ 51171305
๘.ศศิวิมล 51171335

9 ความคิดเห็น:

  1. กลุ่มที่ 14 ที่มี 3 คน เพิ่มสมาชิก 1 คน คือ

    นางสาว กนกภรณ์ ฉันทนิตย์ 52181526

    ตอบลบ
  2. กลุ่มที่11 จากการบทที่1
    ทำให้ทราบความเป็นมาและความสำคัญของประเทศไทยตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน ในสมัยก่อนประเทศไทยมีการปกครองบ้านเมืองภายใต้ระบอบสมบูณราญาสิทธิราช หรือ ราชาธิปไตย มีการปกครองแบบนี้มาราวนับร้อยปีนับตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึงมีการปกครองแบบนี้อยู่ได้ไม่นาน ก็เปลี่ยนมาเป็นการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย โดยคณะราษฎร์ และ
    จากการบทที่1 ยังทราบถึงการดำรงชีวิตของคนในสมัยก่อน ว่ายึดอาชีพเกษตรเป็นหลักและมีวัฒนธรรมการกินการเป็นอยู่ และวัฒนธรรมการเชื่อ การนับถือศาสนา ที่คล้ายกับคนในสมัยปัจจุบัน

    ตอบลบ
  3. กลุ่มที่ 4
    สรุปบทที่ 1 วิวัฒนาการทางด้านสังคมไทย
    คนไทยเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นดินแดนไทยในปัจจุบัน โดยมีอาณาจักรที่สำคัญ คือ อาณาจักรล้านนา เป็นถิ่นกำเนิดของสังคมไทย มีศูนย์กลางความเจริญอยู่ที่เชียงใหม่ และมีเมืองที่มีการปกครองของทางเหนือ เช่นเมืองพะเยา เมืองไชยปราการ ทางใต้ลงไปคือ อาณาจักรสุโขทัย นอกนั้นมีการคาดเดาว่าเป็นอาณาจักรของขอม อาณาจักรต่างๆ มีการปกครองเป็นอิสระต่อกัน และมีความสัมพันธ์ในลักษณะเครือญาติและได้วิวัฒนาการเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามลำดับ

    วิวัฒนาการของระบบเศรฐกิจไทย
    ระบบเศรฐกิจของไทยในแต่ละยุคสมัยมีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับลักษณะและรูปแบบการปกครองเป็นสำคัญ

    วิวัฒนาการการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย (พ.ศ.2475-ปัจจุบัน)ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย นับเป็นเวลา 68 ปี และมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองอยู่เสมอ

    ตอบลบ
  4. กลุ่ม 5

    จากที่ได้อ่านบทที่ 1 คิดว่าได้รับความรู้มากขึ้นและเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ทำให้รู้ว่าสังคมไทยมีวิวัฒนาการและความเจริญก้าวหน้าอยู่เรื่อยๆ เปรียนเทียบได้จากสมัยก่อนจนมาถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดสังคมไทยสมัยใหม่ที่มีความเจริญก้าวหน้าทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การปกครอง การดำรงชีวิต

    ตอบลบ
  5. กลุ่มที่ 14

    ได้เห็นว่า ก่อนที่จะเป็นประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้นั้น คนไทยสมัยก่อนต้องอพยพถิ่นฐาน และกระจัดกระจายไปในหลายที่หลายแห่ง และสุดท้ายก็มาตั้งถิ่นฐานเป็นประเทศที่เราอยู่จนถึงทุกวันนี้ ส่วนการปกครองซึ่ง เริ่มจากการมี ทาส แบบศักดินา และยกเลิกทาสไปในที่สุด จากนั้นก็เริ่มมีการปกครองในในแต่ละสมัยจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการปกครองนี้มีการพัฒณามาเรื่อย ๆ เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาทำให้ทันสมัยและมีแบบแผนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ได้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาจนถึงทุกวันนี้

    ตอบลบ
  6. ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ 1

    จากการที่กลุ่มดิฉันได้อ่านและศึกษาเนื้อหาของบทที่ 1 ในเรื่องลักษณะทั่วไปของสังคมไทยทาง กลุ่มของดิฉันจึงมีความรู้สึกว่าได้รักและเทิดทูนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เพราะจากการที่ได้อ่านเนื้อหาจะเห็นได้ว่ากว่าจะมาเป็นประเทศไทยนั้นยาก เย็นเพียงใดแถมเรายังได้รู้มาอีกว่าวิวัฒนาการทางสังคมของไทยนั้น “มีศูนย์กลางความเจริญอยู่ที่เชียงใหม่” เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างก็เริ่มมาจากเมืองเชียงใหม่ดังเช่นเวียงกุมกามในกลุ่มดิฉันหลายคนก็ เคยได้ไปสัมผัสและท่องเที่ยวเวียงกุมกามมาแล้วเราจะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการ ทางสังคมของไทยนั้นมีความเจริญตามลำดับจึงทำให้กลุ่มเรามีความคิดเห็นว่า ทำไม ??? ใน ปัจจุบันนี้ความเจริญทางเทคโนโลยีถึงได้เข้ามาครอบงำชีวิตและจิตใจเราได้ ง่าย ๆ เหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ในสมัยก่อนเทคโนโลยีนั้นแทบจะไม่มีบทบาทกับคนสมัยนั้นเลยแต่คนเหล่านั้น ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ส่วนเรื่องการปกครองกับเรื่องของเศรษฐกิจนั้นพอได้ อ่านแล้วยิ่งรู้สึกว่าทำไม? มันไม่ยุ่งยากและวุ่นวายเหมือนสมัยนี้อาจเป็นเพราะความแก่งแย่งชิงดี ชิงเด่นกันรึป่าว?

    ความคิดเห็นของกลุ่มที่ 12

    ตอบลบ
  7. กลุ่มที่ 4
    คำถามบทที่ 9

    เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น

    1.มีสองระดับ
    1 ระดับชาติ
    2 ระดับท้องถิ่น
    2.คือภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นเฉพาะท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น
    3.เพราะความรู้ความสามารถ ความเชื่อความสามารถทางพฤติกรรมและความสามารถในการแก้ไขปัญหามนุษย์ สภาพแวดล้อมสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ การดำรงในระบบนิเวศน์ การปรับตัวจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา
    4.3ประการ คือ
    1ลักษณะทางภูมิศาสตร์
    2ลักษณะทางสังคม
    3ลักษณะทางวัฒนธรรม
    5.ความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ
    6.ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนอื่นๆในสังคมหรือในชุมชน
    7.ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งเหนือธรรมชาติ ตลอดทั้งสิ่งที่ไม่สามารถ สัมผัสได้ทั้งหลาย
    8.5สาขาคือ
    1ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการเกษตร
    2ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านสิ่งแวดล้อม
    3ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการจัดการ
    4ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการศึกษาโรคและการป้องกัน
    5ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการผลิตและการบริโภค
    9.สาขาศาสนาและประเพณี
    10.5ประการคือ
    1ช่วยสร้างชาติให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง
    2สร้างความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีเกียรติ์ภูมิแก่คนไทย
    3สามารถประยุกต์หลักคำสอนในศาสนามาใช้ในวิถีชีวิตได้อย่างเหมาะสม
    4สร้างความสมดุลระหว่างคนกับสังคมและธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
    5ช่วยเปลี่ยนแปลงปรับปรนวิถีชีวิตของคนไทยให้เหมาะสมตามยุคสมัย

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ16 กันยายน 2552 เวลา 03:11

    ศยามล 52134547 กลุ่ม 3 ค่ะ

    ตอบลบ