กลุ่มที่ 15 sec.03 ในวันเข้าพรรษากลุ่มของเราได้นัดกันไปถวายเทียนที่วัดเจดีย์ป่อง ซึ่งกลุ่มของเราได้นัดกันประมาณ 12.30 น. แต่เพื่อนในกลุ่มมากันไม่ครบเพราะเพื่อนคนหนึ่งบ้านเขาอยู่ที่ฮอด เขาตกรถมาไม่ทันเพื่อน ๆ เลยต้องรอจนถึงบ่ายสอง แต่เพื่อนคนนั้นมาถึงพวกเราก็โล่งใจ แลเริ่มเข้าไปในวัดเพื่อถวายเทียนพรรษา ทุกคนต่างมีความรู้สึกตื่นเต้นเนื่องจากเพื่อน ๆ แต่ละคนเคยแต่ถวายเทียนกับครอบครัวแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ถวายเทียนกับเพื่อน และส่วนมากก็ไม่รู้ขั้นตอนว่าทำอย่างไรบ้าง กลุ่มของเราได้นำเทียนละดอกบัวเข้าไปในวัดและถามพระว่า กลุ่มของพวกเราจะมาถวายเทียนพรรษา พระท่านให้เราขึ้นไปวิหาร และพวกเราก็นั่งไหว้พระพุทธรูป จากนั้นก็เข้าไปนั่งไหว้พระ และทำพิธีการถวายเทียนพรรษา ซึ่งพระท่านไดให้เพื่อนในกลุ่มหนึ่งคน กล่าวนำถวายเทียนพรรษา เสร็จแล้วพระท่านก็ได้แจกพระให้คนละหนึ่งองค์ และท่านก็ได้แนะนำให้กลุ่มของเราไปหล่อเทียนพรรษาอีกด้วย กลุ่มของพวกเราได้ดินมาถึงที่ลานวัดก็มีการตั้งที่หล่อเทียนไว้ พวกเราได้เจอยายคนหนึ่ง แก่ก็ได้ทำหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือในเรื่องการหล่อเทียนพรรษานี้ ก่อนที่เราจะทำการหล่อเทียนนั้น เทียนที่เราจะทำการหล่อนั้นไดแข็งตัว ยายแกเลยต้องเปิดแก๊สเพื่อจุดไฟให้เทียนได้ละลายตัว เพื่อที่เราจะได้หล่อเทียนพรรษากัน หลังจากนั้นเทียนค่อย ๆ ละลายตัว กลุ่มของพวกเราเลยเริ่มการหล่อเทียนทีละคนจนครบทุกคน พอครบทุกคนแล้วพวกเราได้ขอบคุณยายคนนั้นที่ช่วยแนะนำเรื่องการหล่อเทียน หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ไปจุดธูปเทียนเพื่อเคารพพระพุทธรูป ซึ่งสร้างใหม่ใกล้ ๆ นั้น แล้วพวกเราจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน
กลุ่มที่ 7 sec 03กลุ่มเราได้ไปร่วมทำกิจกรรมในวันอาสาฬหบูชา วันที่ 7 ก.ค. 52 รู้สึกตื่นเต้นมาเพราะนี่เป็นครั้งแรกของพวกเราที่พวกเราเลือกที่จะตื่นนอนกันแต่เช้าเพื่อที่จะไปร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตรในวันสำคัญทางพุทธศาสนา เราได้นัดพบกันตั้งแต่เวลา ตี 5 ครึ่ง แต่นัดก็มิได้เป็นนัด ทุกคนมากว่าจะครบ ก็ราว ๆ 6 โมง 20 เพื่อนบางคนก็ติดธุระเนื่องจาก เป็นวันหยุดที่ยาว 5 วันติดต่อกันเลยทำให้เพื่อนบางคนในกลุ่มได้เดินทางกลับบ้าน เพราะว่าคาดว่าพวกเขาคงไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับคนในครอบครัวของเขา ทางกลุ่มของพวกเราจึงเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราต่อไป โดยเริ่มแรกเลยพวกเราได้ นำสังฆทาน ดอกไม้ ธูปเทียน และ จัตตุปัจจัย พร้อมทั้งใบอนุโมทนาไปเมื่อไปถึง โอโหอยากเม้าส์ ว่าวัดสวยมากเลย (ลืมบอกไปตั้งแต่ต้นว่า กลุ่ม 7 เราเลือกที่จะไป "วัดโลกโมฬี" นะ เพราะว่าอยู่ใกล้ตัวเมือง และอีกอย่างพวกเราตั้งใจว่าหากมีเพื่อน ๆ กลุ่มใดไปซ้ำวัดเราก็จะพากันย้ายไปวัดฟากตรงข้าม อิอิ) เม้าส์ต่อก่อน พวกเราเลยเดินตรงจี๋เพื่อที่จะเข้าไปทำพิธิให้เสร็จเรียบร้อย โดยเราก็นำสิ่งที่เราเตรียมมาจัดใส่ถาดที่ทางวัดจัดให้ รวมทั้งน้ำหยาดด้วย ตอนพวกเราเข้าไปก็ เคาะเขินกัน ก็นะจะ ใครจะไปรู้ "หนุ่มสาวสมัยใหม่เดินเข้าวัด" ต่อให้เป็นใครก็ต้องเคาะเขินกันทั้งนั้นถ้าไม่ใช่ว่าเป็นหญิงไทยใจงามนะ จริงมะคะ แต่ด้วยความเป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ค่ะเราพร้อมที่จะ "ใจกล้าหน้าด้านกันได้อยู่เสมอ" พวกเราก็ไล่ถามคุณลุงคุณป้าที่นั่งข้าง ๆ เลยค่ะว่าเขาทำอะไรยังไงกันบ้าง แล้วพวกเราก็ทำเนียน ๆ ไปอิอิ แต่ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ตั้งใจนะ พวกเราตั้งใจกันมาก แต่อยากบอกว่าการไปถวายสังฆทานครั้งนี้แปลกกว่าทุกครั้งดีเพราะว่า พระท่าน สวดไวมากและ ทีละหลาย ๆ ครอบครัวด้วย จึงทำให้พวกเราลดอาการเกร็งลงไปอย่างมากทีเดียว ระหว่างที่พระท่านสวดมนต์ ดิฉันก็กรวดน้ำไปด้วยค่ะท่าน ดิฉันเขียนติดซองไว้ว่า "อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร" แต่ไม่ทันไรหลังกรวดน้ำเสร็จดิฉันจึงว่าขวดน้ำหยาดลงแล้วพนมมือรับพร พระท่านสวดยังไม่ทันจะจบ มาเลยค่ะเจ้ากรรมนายเวรของพวกดิฉัน เป็นแมววัดค่ะเดินดุ่ย ๆ มาเลียกินน้ำใจขันน้ำหยาดจ้าววววว คุณป้าตางข้างไข้หัวใส่ข้าเจ้าสุดพลัง ซักแปปพระท่านก็สวดเสร็จแล้วท่านก็ได้พรมน้ำมนต์ แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ออกมาเก็บภาพประทับใจต่าง ๆ ในวัดซึ่งอยากบอกว่าตอนแรกนึกว่าไปถ่ายแบบค่ะ สถานที่ภายในวัดโลกโมฬี สวยมากกกกกกก หลังจากนั้นพวกเราก็ได้พากันแยกย้ายแล้วก็หอบบุญกลับมาบ้านของใครของมันกันอย่างสุขใจ หลังจากที่พวกเราออกมาจากวิหารก็มีวัยรุ่นเข้ามาอีกกลุ่มนึง ปีนี้ยังไงพวกเราก็ได้ความแปลกใหม่ในชีวิตมากขึ้น นี่แหล่ะค่ะ "หนุ่มสาวสมัยใหม่กับการไปวัด"จบการรายงานกลุ่ม 7 เน้อเจ้า
กลุ่มที่ 4 ในวันที่ 1 มิถุนายน 2552 เวลาประมาณ 15.00น. ทางกลุ่มของข้าพเจ้าได้ไปร่วมกิจกรมถวายเทียนพรรษาที่วัด กู่เต้า ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของเราเอง พวกเราได้ไปร่วมถวายเทียนกับทางเอก ซึ่งเป็นเอกที่กลุ่มข้าพเจ้าเรียนอยู่ คือเอกการประถมศึกษา สาเหตุที่เลือกไปร่วมถวายเทียนเพราะทุกคนก็ต้องกลับบ้านซึ่งเป็นภูมิเลาเนาของตนเองจึงอาจจะไม่มีโอกาสไปพร้อมกันได้ จึงไปทำบุญล่วงหน้า พวกเราเดินทางจากมหาวิทยาลัยไปวัดกู่เต้าโดยใช้วิธีการเดินไป เตรียมดอกไม้ ธูปเทียน ของตนเองที่จะนำไปไหว้พระ มีการสวดมนต์ ฟังธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ที่ประจำอยู่ที่วัด แล้วถวายเทียน ภายในวัดจะมีจุดให้ทำบุญ หรือกราบไหว้เทวรูปต่างๆ บริเวณวัดสะอาดร่มรื่น และเงียบสงบเหมาะที่จะปฏิบัติธรรม ถึงแม้ว่าจะมีการก่อสร้างต่อเติมภายในวัด แต่ก็ไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวน พอพวกเราถวายเทียนกับทางเอกเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ แต่สิ่งที่ได้ก่อนที่เราจะกลับบ้านของตนเองคือ การทำบุญแล้วทำให้เราสบายใจ หรืออาจจะเป็นเพราะเรากำหนดให้คิดไปเองแต่ข้าพเจ้าว่าถ้าผู้ใดได้ลองตั้งใจทำบุญไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ผลที่ได้กลับมาคงไม่ต่างจากที่ข้าพเจ้ารู้สึกแน่ ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสไปวัดบ่อยๆ แต่การทำความดีอื่นๆ บางครั้งก้เป็นการทำบุญได้เช่นกัน
หมดเวลาส่งงาน
sec3กลุ่ม10นางสาวศิรินธร ขนุนแดง 52134029
กลุ่มที่ 15 sec.03
ตอบลบในวันเข้าพรรษากลุ่มของเราได้นัดกันไปถวายเทียนที่วัดเจดีย์ป่อง ซึ่งกลุ่มของเราได้นัดกันประมาณ 12.30 น. แต่เพื่อนในกลุ่มมากันไม่ครบเพราะเพื่อนคนหนึ่งบ้านเขาอยู่ที่ฮอด เขาตกรถมาไม่ทันเพื่อน ๆ เลยต้องรอจนถึงบ่ายสอง แต่เพื่อนคนนั้นมาถึงพวกเราก็โล่งใจ แลเริ่มเข้าไปในวัดเพื่อถวายเทียนพรรษา ทุกคนต่างมีความรู้สึกตื่นเต้นเนื่องจากเพื่อน ๆ แต่ละคนเคยแต่ถวายเทียนกับครอบครัวแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ถวายเทียนกับเพื่อน และส่วนมากก็ไม่รู้ขั้นตอนว่าทำอย่างไรบ้าง กลุ่มของเราได้นำเทียนละดอกบัวเข้าไปในวัดและถามพระว่า กลุ่มของพวกเราจะมาถวายเทียนพรรษา พระท่านให้เราขึ้นไปวิหาร และพวกเราก็นั่งไหว้พระพุทธรูป จากนั้นก็เข้าไปนั่งไหว้พระ และทำพิธีการถวายเทียนพรรษา ซึ่งพระท่านไดให้เพื่อนในกลุ่มหนึ่งคน กล่าวนำถวายเทียนพรรษา เสร็จแล้วพระท่านก็ได้แจกพระให้คนละหนึ่งองค์ และท่านก็ได้แนะนำให้กลุ่มของเราไปหล่อเทียนพรรษาอีกด้วย กลุ่มของพวกเราได้ดินมาถึงที่ลานวัดก็มีการตั้งที่หล่อเทียนไว้ พวกเราได้เจอยายคนหนึ่ง แก่ก็ได้ทำหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือในเรื่องการหล่อเทียนพรรษานี้ ก่อนที่เราจะทำการหล่อเทียนนั้น เทียนที่เราจะทำการหล่อนั้นไดแข็งตัว ยายแกเลยต้องเปิดแก๊สเพื่อจุดไฟให้เทียนได้ละลายตัว เพื่อที่เราจะได้หล่อเทียนพรรษากัน หลังจากนั้นเทียนค่อย ๆ ละลายตัว กลุ่มของพวกเราเลยเริ่มการหล่อเทียนทีละคนจนครบทุกคน พอครบทุกคนแล้วพวกเราได้ขอบคุณยายคนนั้นที่ช่วยแนะนำเรื่องการหล่อเทียน หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ไปจุดธูปเทียนเพื่อเคารพพระพุทธรูป ซึ่งสร้างใหม่ใกล้ ๆ นั้น แล้วพวกเราจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน
กลุ่มที่ 7 sec 03
ตอบลบกลุ่มเราได้ไปร่วมทำกิจกรรมในวันอาสาฬหบูชา วันที่ 7 ก.ค. 52 รู้สึกตื่นเต้นมาเพราะนี่เป็นครั้งแรกของพวกเราที่พวกเราเลือกที่จะตื่นนอนกันแต่เช้าเพื่อที่จะไปร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตรในวันสำคัญทางพุทธศาสนา เราได้นัดพบกันตั้งแต่เวลา ตี 5 ครึ่ง แต่นัดก็มิได้เป็นนัด ทุกคนมากว่าจะครบ ก็ราว ๆ 6 โมง 20 เพื่อนบางคนก็ติดธุระเนื่องจาก เป็นวันหยุดที่ยาว 5 วันติดต่อกันเลยทำให้เพื่อนบางคนในกลุ่มได้เดินทางกลับบ้าน เพราะว่าคาดว่าพวกเขาคงไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับคนในครอบครัวของเขา ทางกลุ่มของพวกเราจึงเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราต่อไป โดยเริ่มแรกเลยพวกเราได้ นำสังฆทาน ดอกไม้ ธูปเทียน และ จัตตุปัจจัย พร้อมทั้งใบอนุโมทนาไปเมื่อไปถึง โอโหอยากเม้าส์ ว่าวัดสวยมากเลย (ลืมบอกไปตั้งแต่ต้นว่า กลุ่ม 7 เราเลือกที่จะไป "วัดโลกโมฬี" นะ เพราะว่าอยู่ใกล้ตัวเมือง และอีกอย่างพวกเราตั้งใจว่าหากมีเพื่อน ๆ กลุ่มใดไปซ้ำวัดเราก็จะพากันย้ายไปวัดฟากตรงข้าม อิอิ) เม้าส์ต่อก่อน พวกเราเลยเดินตรงจี๋เพื่อที่จะเข้าไปทำพิธิให้เสร็จเรียบร้อย โดยเราก็นำสิ่งที่เราเตรียมมาจัดใส่ถาดที่ทางวัดจัดให้ รวมทั้งน้ำหยาดด้วย ตอนพวกเราเข้าไปก็ เคาะเขินกัน ก็นะจะ ใครจะไปรู้ "หนุ่มสาวสมัยใหม่เดินเข้าวัด" ต่อให้เป็นใครก็ต้องเคาะเขินกันทั้งนั้นถ้าไม่ใช่ว่าเป็นหญิงไทยใจงามนะ จริงมะคะ แต่ด้วยความเป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ค่ะเราพร้อมที่จะ "ใจกล้าหน้าด้านกันได้อยู่เสมอ" พวกเราก็ไล่ถามคุณลุงคุณป้าที่นั่งข้าง ๆ เลยค่ะว่าเขาทำอะไรยังไงกันบ้าง แล้วพวกเราก็ทำเนียน ๆ ไปอิอิ แต่ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ตั้งใจนะ พวกเราตั้งใจกันมาก แต่อยากบอกว่าการไปถวายสังฆทานครั้งนี้แปลกกว่าทุกครั้งดีเพราะว่า พระท่าน สวดไวมากและ ทีละหลาย ๆ ครอบครัวด้วย จึงทำให้พวกเราลดอาการเกร็งลงไปอย่างมากทีเดียว ระหว่างที่พระท่านสวดมนต์ ดิฉันก็กรวดน้ำไปด้วยค่ะท่าน ดิฉันเขียนติดซองไว้ว่า "อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร" แต่ไม่ทันไรหลังกรวดน้ำเสร็จดิฉันจึงว่าขวดน้ำหยาดลงแล้วพนมมือรับพร พระท่านสวดยังไม่ทันจะจบ มาเลยค่ะเจ้ากรรมนายเวรของพวกดิฉัน เป็นแมววัดค่ะเดินดุ่ย ๆ มาเลียกินน้ำใจขันน้ำหยาดจ้าววววว คุณป้าตางข้างไข้หัวใส่ข้าเจ้าสุดพลัง ซักแปปพระท่านก็สวดเสร็จแล้วท่านก็ได้พรมน้ำมนต์ แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ออกมาเก็บภาพประทับใจต่าง ๆ ในวัดซึ่งอยากบอกว่าตอนแรกนึกว่าไปถ่ายแบบค่ะ สถานที่ภายในวัดโลกโมฬี สวยมากกกกกกก หลังจากนั้นพวกเราก็ได้พากันแยกย้ายแล้วก็หอบบุญกลับมาบ้านของใครของมันกันอย่างสุขใจ หลังจากที่พวกเราออกมาจากวิหารก็มีวัยรุ่นเข้ามาอีกกลุ่มนึง ปีนี้ยังไงพวกเราก็ได้ความแปลกใหม่ในชีวิตมากขึ้น นี่แหล่ะค่ะ "หนุ่มสาวสมัยใหม่กับการไปวัด"
จบการรายงานกลุ่ม 7 เน้อเจ้า
กลุ่มที่ 4
ตอบลบในวันที่ 1 มิถุนายน 2552 เวลาประมาณ 15.00น. ทางกลุ่มของข้าพเจ้าได้ไปร่วมกิจกรมถวายเทียนพรรษาที่วัด กู่เต้า ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของเราเอง พวกเราได้ไปร่วมถวายเทียนกับทางเอก ซึ่งเป็นเอกที่กลุ่มข้าพเจ้าเรียนอยู่ คือเอกการประถมศึกษา สาเหตุที่เลือกไปร่วมถวายเทียนเพราะทุกคนก็ต้องกลับบ้านซึ่งเป็นภูมิเลาเนาของตนเองจึงอาจจะไม่มีโอกาสไปพร้อมกันได้ จึงไปทำบุญล่วงหน้า พวกเราเดินทางจากมหาวิทยาลัยไปวัดกู่เต้าโดยใช้วิธีการเดินไป เตรียมดอกไม้ ธูปเทียน ของตนเองที่จะนำไปไหว้พระ มีการสวดมนต์ ฟังธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ที่ประจำอยู่ที่วัด แล้วถวายเทียน ภายในวัดจะมีจุดให้ทำบุญ หรือกราบไหว้เทวรูปต่างๆ บริเวณวัดสะอาดร่มรื่น และเงียบสงบเหมาะที่จะปฏิบัติธรรม ถึงแม้ว่าจะมีการก่อสร้างต่อเติมภายในวัด แต่ก็ไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวน พอพวกเราถวายเทียนกับทางเอกเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ
แต่สิ่งที่ได้ก่อนที่เราจะกลับบ้านของตนเองคือ การทำบุญแล้วทำให้เราสบายใจ หรืออาจจะเป็นเพราะเรากำหนดให้คิดไปเองแต่ข้าพเจ้าว่าถ้าผู้ใดได้ลองตั้งใจทำบุญไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ผลที่ได้กลับมาคงไม่ต่างจากที่ข้าพเจ้ารู้สึกแน่ ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสไปวัดบ่อยๆ แต่การทำความดีอื่นๆ บางครั้งก้เป็นการทำบุญได้เช่นกัน
หมดเวลาส่งงาน
ตอบลบsec3
ตอบลบกลุ่ม10
นางสาวศิรินธร ขนุนแดง 52134029